ในภาษาอังกฤษ มีการบอกเวลาอยู่หลายลักษณะ
1. ถ้าเป็นเวลาเต็ม ๆ ชั่วโมง ก็บอกได้ง่าย ๆ โดยบอกเวลา แล้วตามด้วย o’clock
เช่น 1 o’clock คือ ตี 1 หรือ บ่ายโมง / 5 o’clock คือ ตีห้า หรือ ห้าโมงเย็น
2. กรณีที่จำนวนนาที ยังไม่เกิน 30 จะใช้ past นำหน้าชั่วโมง ในตอนนั้น
เช่น quarter past 4 คือ ตี 4 กับ 15 นาที หรือ 4 โมงเย็น 15 นาที / half past 1 คือ ตี 1 กับ 30 นาที หรือ บ่ายโมง 30 นาที
3. กรณีที่จำนวนนาที เกิน 30 นาที ไปแล้ว ให้ใช้ to นำหน้าชั่วโมงถัดไป
เช่น quarter to 9 คือ 8.45 หรือ อีก 15 นาทีเก้าโมง / five to 8 คือ อีกห้านาที 8 โมง หรืออีก 5 นาทีสองทุ่ม
4. บอกเวลาตามตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกา วิธีนี้จะง่ายกว่า 2 วิธีก่อนหน้า
เช่น 4.50 คือ four fifty / 1.30 คือ one thirty
นอกจากนี้ ยังมีวิธี บอกว่าเวลาเป็นกลางวันคือกลางคืน ด้วยการเิติม a.m. หรือ p.m. ไปข้างหลังเวลา
เช่น 4.15 a.m. คือ ตี 4 กับ 15 นาที / 9.20 p.m. คือ 3 ทุ่ม 20 นาที
เพิ่มเติม
a.m. ย่อมาจาก ante meridiem ใช้บอกเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเที่ยงวัน
p.m. ย่อมาจาก post meridiem ใช้บอกเวลาตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
และการบอกเวลาในภาษาอังกฤษ บางเวลาไม่จำเป็นต้องบอกเป็นตัวเลข ตัวอย่างเช่น การบอกเวลาในภาษาไทย เป็น ตอนเที่ยง หรือ ตอนกลางวัน ในภาษาอังกฤษ ก็มีคำเฉพาะแบบนี้เหมือนกัน คือ
dawn คือ ตอนเช้ามืด
morning คือ ตอนเช้า
afternoon คือ ตอนบ่าย
evening คือ ตอนเย็น
dusk คือ ตอนหัวค่ำ
night คือ กลางคืน
late at night คือ ตอนดึก
ที่มา:http://learningenglish.chansri.com/english_lesson/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2-telling-the-time.html
